My photo
ผู้หญิงตัวกลมๆ หลากหลายอารมณ์ให้ค้นหา

Wednesday, February 29, 2012

ต้มปลา

    จริงๆ ไม่ได้อยากซื้อปลาแบบนี้มากินเท่าไหร่นัก แต่เพราะวันนั้นหน้ามืดอยากได้ปลาดุกก็จับหมับเข้าให้กับไอ้แคทฟิชเพราะว่าคราวก่อนซื้อได้มาเป็นปลาดุก  แต่คราวนี้ดันพลาดมันไม่ใช่เลยไม่แน่ใจว่ามันคือปลาสวายหรือเปล่า ซื้อมาแล้วจะทำไรกินดีหล่ะ จะทอดก็กลัวเปลืองน้ำมัน (แอบงกน้ำมัน) ก็เลยลองต้มดู ต้มเหมือนต้มยำเพียงแต่อุปกรณ์ใช้ตามที่มี


    ภาพอาจจะเห็นแค่ปลาแต่มีหอมใหญ่แอบอยู่นิดๆ ส่วนตะไคร้กับข่าไม่รู้มันหายไปไหนหมดสงสัยจะถ่ายไม่ดี หน้าตาไม่ดีนักแต่รสชาติพอใช้ได้

Thursday, February 23, 2012

ชีวิตหมูกับผัก ตอน 3 (นินทาหน่อย)

     ทำงานร้านขายของแน่นอนก็ต้องเจอลูกค้าสารพัด บางคนก็ดีมากจนอยากจะแถมผักที่มีสักหอบแต่ทำไม่ได้หรอกเพราะมันชั่งขาย อิอิ  แต่บางคนก็เรื่องมากจนน่าเบื่อและส่วนมากจะเป็นฟิลิปปินส์
    เรื่องแรกผีขิง...เรื่องนี้เป็นดวงซวยของเราเอง ก็ยืนแพ็คผักในห้องอยู่ดีๆ บรรยากาศครึ้มๆ ไอ้หนุ่มเจอรี่ก็เดินเข้ามาทำหน้าซื่อๆ ถามว่าขิงมีอีกไหม เราก็บอกว่ามีข้างหลังไงเธอเป็นคนเก็บผักเธอไม่รู้เหรอว่าตรงไหน ทำไมมันมีอะไรเพราะจำได้ว่าขิงยังมีอยู่เต็มลังข้างนอกแต่เราไม่ได้เป็นคนเอาขิงลงถาดขายแค่เห็นแวบๆ ตอนเดินผ่าน  เจอร์รี่ก็บอกว่าลูกค้าบอกว่ามันไม่ดีอยากได้ของใหม่ เรามองก็เข้าใจเพราะมันมาตอนหิมะลงและชิ้ปส่งมาช้าขิงเลยเจอสภาพชื้น บางส่วนแถมมีรานิดๆตรงที่รอยตัด เราก็ไปหยิบกล่องใหม่มาให้เพราะหนุ่มยืนเอ๋อๆ ทำไรไม่ถูกอยู่นั่นและเอาใส่ถาดถือออกไปข้างนอกเอง
      แต่ก่อนไปก็เดินผ่านบอสๆ ก็บอกว่าขิงมันเป็นแบบนี้ถ้าเขาไม่ชอบก็ไม่ต้องซื้อเพราะเราก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกันของมันมาแบบนี้  เราก็เดินออกไปเห็นเจ๊ฟิลิิปปินส์กับฝรั่งมีอายุสองคนกำลังยกลังขิงจากพื้นข้างล่าง ซึ่งแอบไว้ใต้โต๊ะซ่ึงมันไม่ใช่หน้าที่ของลูกค้ามาทำแบบนั้น เราก็เอาขิงในถาดที่เลือกไว้สวยสุดไปวาง เจ๊ก็มาถึงก็บ่นๆ ใส่เราใหญ่เลยว่าขิงไม่ดี ขิงแบบนี้มีราขายได้ไง เธอรู้จักกฎหมายไหม อะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมดฟังออกมั้งไม่ออกมั้งแต่ก็ยิ้มๆ ไม่ได้ทำหน้าแย่ใส่ แล้วก็ยกลังขิงที่เขายกไปวางบนคูเลอร์ออก เพราะลังมันหนักกลัวมันจะทำฝาปิดแตก  เท่านั้นแหละเจ๊อารมณ์ขึ้นจากไหนไม่รู้เดินมาข้างหลังพูดแบบไม่ติดเบรกใส่ทำเหมือนว่าเรานั้นทำผิดมากกกก แต่มือเจ๊ก็เลือกขิงในถาดที่ดีๆ ไปเกือบหมด ขอบอกว่าตอนนี้อารมณ์ขึ้นมากแต่เห็นบอสกับเจอร์รี่ยืนอยู่อีกฝ่ั่งส่ายหัวให้เราๆ ก็เลยเดินกลับเข้าห้องมาสงบอารมณ์ บอสเลยเดินตามมาบอกว่าไม่ต้องสนใจ สรุปวันนั้นทำงานด้วยอารมณ์เดือดทั้งวันอยากบีบคอผีขิงที่สุด
    
    เรื่องที่สอง ผักหมด...ลูกค้าหลายคนชอบวิ่งมาที่ห้องแล้วบอกว่าผักหมด อยากได้เพิ่มหลายถุง เราก็เอาให้แต่ไม่ได้ไปเช็คข้างนอกว่าหมดจริงไหม พอให้เสร็จก็เดินไปเช็คหน่อยว่าอะไรหมดมั้งแต่ดันเจอผักที่ลูกค้าว่าหมดกองเต็มตะกร้า แถมผักที่เพิ่งให้ไปก็วางเกลื่อนอยู่ สรุปคือลูกค้าคนฉลาดต้องการผักไปเลือกนั่นเอง เวลาไม่ยุ่งมันก็ไม่เป็นไรแต่เวลาที่ร้านยุ่งมากๆ ขอบอกว่าอยากจะด่าลูกค้าคนนั้นมากเพราะเราต้องไปตามเก็บผักกลับมา

   เรื่องที่สาม กินคนเดียว...มีไม่กี่คนที่จะทำแบบนี้ชอบมาบอกว่ากินคนเดียว และขอผักกวางตุ้งสามต้น  ผักบ็อกช้อยสองต้น  มีแรงสุดมาขอซื้อฮาลาปิโนเม็ดเดียว แบบที่ร้านจะแพคขายเป็นถาดๆ ละ $1.35 ก็ถือว่าไม่แพงมากนักถ้าไปซื้อที่อื่น และไอ้พริกนี่มันก็เก็บได้นานมาก แต่ลูกค้าอยากได้เม็ดเดียวบอกชั้นซื้อ แต่คนขายอย่างชั้นมันชั่งไม่ถูกนี่สิ มันจะชั่งยังไงเลยให้ไปคุยกับเคาเตอร์เอาเองว่าเขาจะขายหรือให้ฟรีไม่อยากคุยด้วยนานมันปวดตับ
 
    เรื่องที่สี่ ขโมย...ลูกค้าบางคนชอบลืมตัวไปว่าร้านค้ามักจะมีกล้องวงจรปิดติดทั่ว พอลืมตัวก็มักทำไรแปลกๆ ให้เห็น ที่เห็นชัดสุดเป็นผู้หญิงฟิลิปปินส์ทำท่าหยิบขนมไหว้พระจันทร์ ซึ่งตอนนั้นใกล้เทศกาลไหว้พระจันทร์แล้วขนมชนิดนี้จะขายเป็นกล่องๆ ละหกลูก สิบลูก หรือสองลูก ยัยเจ๊คนนี้ไม่รู้นึกไงไปหยิบกล่องหกลูกมาแทนที่จะขโมยทั้งกล่องดันหยิบไปลูกนึง และยัดใส่กระเป๋าถือตอนที่กำลังรอแถวจ่ายเงิน   พอหยิบไปจากกล่องมันก็เป็นรูโบ๋ในกล่องทีนี้คนในร้านก็เริ่มสงสัยว่าใครซื้อไปมันหายไปได้ไงเพราะมันขายทั้งกล่องใครจะขายแค่ลูกเดียว  ก็มาดูกล้องในห้องที่เราแพ็คผักอยู่เราก็เลยรู้เรื่องกับเขาไปด้วยเพราะลุ้นมากอยากเห็นว่าเป็นใคร  ตอนแรกจะเอารูปปิดประกาศหน้าร้านแต่เจ้าของร้านก็ใจดีเกินเลยต้องผ่านๆ ไป
      ขโมยขนมไปแล้วยังมีบางคนหนักกว่านั้นขโมยพริกขี้หนู ใบมะกรูด  มันจะแพ็คใส่ถาดและแร็ปด้วยพลาสติกใส พอเราไปเช็คผักก็เจอการเจาะรูหยิบเอาไปประจำ  ไอ้ที่เราโมโหไม่ใช่ไรหรอกแต่โมโหที่เราต้องมานั่งชั่งและแพ็คใหม่นะสิ มันเสียเวลามาก

     เรื่องราวยังมีอีกเยอะแยะถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่เคยพบแล้วกัน

Thursday, January 26, 2012

ของเล่นใหม่

     วันนี้ขออวดของเล่นอันใหม่ที่บิดมาได้จากอีเบย์  เป็นมือใหญ่หัดบิดก็เลยเริ่มบิดจากของราคาไม่แพงก่อนเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง จนไปเจอไม้นิตวงกลมแต่เป็นสแตนเลส เกิดมาไม่เคยเห็นของจริง ไม่รู้ว่าตอนใช้มันเป็นยังไงจะรูดปรื๊ดๆ หรือเปล่าหรือว่าถักไปติดไป ความสงสัยและอยากรู้ก็เลยเกิดขึ้น เห็นราคาบิดไม่แพงไม่ถึงเหรียญเอง แถมใกล้หมดเวลาแล้ว แต่ค่าส่งจากจีนมานี่รวมแล้วก็เกือบๆ เจ็ดเหรียญ ก็เลยเอาก็เอาสนองตัณหาความอยากหน่อย พอได้ก็ดีอกดีใจแต่กว่าจะส่งมาถึงอลาสก้าล่อไปสองอาทิตย์กว่าๆ ความอยากก็เริ่มหาย จนของมาถึงบ้านเราก็ไม่ได้สนใจจะเปิดดูคุณสามีเลยต้องเปิดดูให้ ดันกลายเป็นว่าของที่ส่งมานั้นผิดแบบ เขาดันส่งแบบไม้ไผ่มาให้  เราก็เริ่มเอ๋อๆ มันนานแล้วนะชั้นก็ลืมๆ ว่าสั่งแบบไหนแต่จำได้ว่าไม่เคยสั่งแบบไม้ไผ่ต้องไปรื้อข้อมูลเก่ามาดูและเทียบจนรู้ว่าผิดจริงๆ คุณสามีก็จัดการเมล์ไปบอกคนขายๆ ก็เช็คและขอส่งของใหม่มาแทน เราก็สงสารถามว่าจะเอาเงินเพิ่มไหมเพราะกลัวเขาขาดทุน เขาก็ว่าไม่เป็นไร
      สรุปเขาก็ส่งของใหม่ที่ถูกต้องมาให้  สมใจอยากและโชคดีได้ของฟรีอีกชุด แต่กว่าจะได้ของครบก็ปาไปเดือนเต็มๆ ไอ้โครงการพันแปดร้อยล้านที่ตั้งไว้ตอนเห่อก็เริ่มหดหาย ตอนนี้เลยได้แต่นั่งมองมันไปก่อน
 
 อันนี้คือของที่บิดได้

ส่วนที่เหลือคือที่เขาส่งมาผิด

    ไม่รู้ว่าใครเคยใช้ไม้นิตแบบสแตนเลสมั้ง มันใช้ดีจริงไหมและของจากจีนนี่คุณภาพเป็นไงมั้ง แต่ราคามันถูกมากกกกกกก





ดวงตาหนู

     ต้นเดือนไปรักษาฟันเมื่อวานก็เลยไปตรวจตา ทุกอย่างทำเพราะความจำเป็นและจำใจต้องทำเนื่องจากคอนแทกเลนส์หมดมาเกือบเดือนแล้ว ตอนแรกจะบอกให้พี่สาวส่งมาให้จากเมืองไทยแต่คิดแล้วค่าคอนแทกเลนส์กล่องห้าร้อยกว่าๆ สองกล่องก็พันแถมค่าส่งอีกก็เลยคิดว่าทำที่นี่ดีกว่า  อีกอย่างได้ตรวจสายตาไปในตัวว่ามันมีอะไรผิดปกติไหม เมื่อคิดแบบนั้นก็ยอมทำนิสัยไม่ดีใช้เลยอายุมาเดือนนึง อันนี้ไม่ดีเท่าไหร่แต่ไปถามจักษุแพทย์แล้วเขาบอกว่าได้แค่ทำความสะอาดให้ดีหน่อยแล้วกัน และให้รอประกันจะได้ไม่ต้องจ่ายเยอะเราก็ยอม
     รอๆๆๆๆๆ จนได้ประกันสำหรับตามา ก็เลยจัดการนัดแต่ที่นี่ก็คิวเยอะมากแถมไอ้ที่จะรับประกันก็ไม่ได้ทุกที่ จนไปได้คิวอีกเมืองนึงซึ่งต้องขับรถไปประมาณยี่สิบนาทีก็เลยเอาก็เอา จะไปที่เก่าตรงนั้นเขาไม่รับประกันของบริษัทนี้ เรื่องของประกันนี่เยอะแยะจริงๆ ถ้าอยู่เมืองใหญ่ๆ คงไม่ใช่ปัญหาแต่บริษัทที่สามีทำงานมันมีบริษัทแม่อยู่ซีแอตเติล ดังนั้นอะไรๆ มันก็จะครอบคลุมทางนั้นหมด พอจะใช้ที่อลาสก้าต้องตระเวนหาว่าตรงไหนมันรับมั้ง หลายเรื่องหลายราวชีวิตบ้านนอกก็งี้้แหละ
     ใช้เวลานัดหนึ่งอาทิตย์ถ้าเป็นบ้านเรานะเหรอเดินเข้าร้านขายแว่นตาก็ได้เลยไม่ต้องเสียเวลาขนาดนี้  ไปถึงก็รอแป๊บนึงเพราะมีคิวก่อนหน้าเรา เราก็ด้อมๆ มองๆแว่นตาใหม่เพราะอันเก่าใช้มาสิบกว่าปีแล้ว และตรงขามันเป็นแบบบางๆพอใส่นานๆ มันเป็นรอยกดทับ เลยอยากเปลี่ยนใหม่เป็นที่ขามันใหญ่สักหน่อยน่าจะดีเห็นคนเขาใส่กันเยอะด้วย
      แต่ตอนไปถึงก็กรอกเอกสารต่างๆ และยื่นบัตรประกันให้เขาก๊อปปี้และเช็คว่าประกันจ่ายไรให้เรามั้ง สรุปออกมาประกันจ่ายคอนแทกส์เลนส์แค่ $95 เหรียญ จ่ายค่ากรอบแว่น $130 และจ่ายค่าเลนส์อีกเท่าไหร่จำไม่ได้แต่ไม่มาก คือมันน้อยจนแบบเอ๋อออไปเลย แต่ทำไงได้มาแล้วก็ตัดใจทำ  
     ตอนตรวจหมอก็ดีมากกกกกกก น่ารักสุดๆ ใช้เวลาตรวจยี่สิบนาทีได้และก็ให้ลองคอนแทกเลนส์ตัวใหม่ เห็นว่ามันชุ่มชื้นกว่าตัวที่เราชอบเราก็เลยลองดูเพราะอากาศที่นี่มันแห้งมาก มันน่าจะดีกว่าสำหรับตาเรา
     พอกลับออกมาเราก็ดูแว่นตาก็เลือกแบบที่ต้องการ เลือกเลนส์ที่จะใช้คุณสามีก็ไปชอบเลนส์ตัวนึงที่เขาว่ามันไม่ค่อยเป็นฝ้าเวลาอากาศเปลี่ยน และดีเวลาใช้กับคอมฯ ก็เลยเลือกตัวนั้น สรุปเบ็ดเสร็จเสียไปทั้งหมด $403 เหรียญ เลยงงงงงงง
แต่ก็จ่ายไปแบบงงๆ  เพราะคิดว่าแว่นยังไงก็คงใช้เกินสิบปี  ส่วนคอนแทกเลนส์นี่ที่สั่งไปแค่ครึ่งปีเองเพราะราคาแพงแต่ขี้เกียจไปหาที่อื่นแล้วให้มันเสร็จๆ ไปเลยทีเดียว แต่ก็คิดว่าสำหรับที่นี่คงเป็นครั้งเดียวและสุดท้ายเพราะไม่ค่อยชอบบริการของพนักงานเท่าไหร่อีกทั้งสินค้าค่อนข้างแพง หรือว่ามันแพงทุกที่ก็ไม่รู้นะ








Wednesday, January 25, 2012

ใครหิวมาทางนี้

     วันนี้ไม่รู้อารมณ์ไหนเหมือนกันแต่ทำกับข้าวเยอะมาก พอทำเสร็จก็คิดว่าคงไม่เป็นไรทำแล้วก็เก็บแช่เย็นเอาไว้กินมื้ออื่นได้ วันไหนขี้เกียจกลับจากทำงานก็แค่เอามาอุ่นกิน พอคิดได้แบบนี้ก็เลยยิ่งทำไม่หยุด ขอบอกว่านี่คือกับข้าวที่ทำวันนี้ทั้งหมด

 มาเริ่มด้วยหมูผัดคะน้า

ต่อมาก็ไข่เจียว

แกงส้มหัวปลาแซลมอนกับหน่อไม้ดอง แอบใส่ถั่วฝักยาวไปด้วย

ผัดเผ็ดกบ เผ็ดๆร้อนๆ จนลิ้นห้อย ภาพอาจจะน่ากลัวไปสักนิดสำหรับคนไม่กินเพราะหนูไม่ได้ทอดกบเนื่องจากกลัวเนื้อหายหมด

ปิดท้ายด้วยแกงอ่อมไก่  เมนูนี้ถือเป็นเมนูเก็บกวาดผักในตู้ที่เก็บๆ ไว้ 
ตอนแรกจะทำต้มจับฉ่ายแต่ก็เบื่อแล้วเลยเอาแกงอ่อมนี่แหละสะใจดี 
แต่ต้องลงทุนซื้อผักชีลาวไม่งั้นมันไม่เป็นแกงอ่อม








Thursday, January 19, 2012

ชวนไปหนาวกันดีกว่า

    เมื่อวานมีนัดกับหมอฟันอีกรอบเพื่อไปตรวจฟันที่ถอนว่ามีปัญหาอะไร ไปถึงก็คุยกับผู้ช่วยสาวสวยคนเดิม เราก็รีบบอกเขาว่ามีปัญหาเรื่องขากรรไกร เวลาอ้าปากยังปวดๆ อยู่เคี้ยวก็ยังไม่สะดวกดีอยากได้ยาช่วย เพราะยาที่ให้ไปคราวก่อนหมดแล้ว เธอก็บอกได้ๆ สักพักเธอกลับมาบอกว่าหมอคนที่ดูแลเราเขาไม่อยู่มีแต่หมออีกคนที่จะมาตรวจแทน เราก็ไม่ว่าไร
     สักพักหมอเข้ามาอยากจะบอกว่าขอหมอคนเก่ากลับมาได้ไหม คนเก่ายังดูอารมณ์ดี ขี้เล่น พูดจายิ้มแย้มแจ่มใส แถมยังหนุ่มกว่า แต่หมอคนนี้มามาดนิ่งๆ แบบคนมีอายุแล้วง่ะ คือหนูกลัววววววววว บรรยากาศจากที่สดใสกลายเป็นหดหู่ลงทันทีอันนี้คิดเอาเองนะ  แบบเวอร์นะคะ
     แล้วหมอก็ถามว่าเป็นไงมั้ง เราก็บอกไปว่าว่ายังปวดเวลาอ้าปาก กับเคี้ยวและชี้ๆ ตรงขากรรไกร หรือกรามนี่แหละให้หมอดู หมอก็บอกว่างั้นก็อ้าปากแบบไม่ต้องกว้างมากนัก แล้วก็เอาเครื่องมือส่องดูได้สักสองนาทีได้มั้ง  แกก็บอกว่าแผลดีแล้ว ไหมละลายแล้ว (ไอ้คำว่าไหมละลายนี่ฟังไม่รู้เรื่อง) ต้องถามย้ำอีกที จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้เรื่องอีกนั่นแหละว่าศัพท์มันว่าอะไร แต่ก็ถามเขาว่าใช่ไอ้ที่เขาเย็บไว้ข้างในใช่ปะ ผู้่ช่วยก็บอกว่าใช่ it gone เราก็ถึงบางอ้อ
      แล้วเรื่องยาหมอก็บอกว่ายากินยาตัวนั้นเลย กลัวมีปัญหาเรื่องกระเพาะ บอกให้ไปซื้อ Advil มากินแทนจะช่วยได้ เราก็เยส โน โอเค ตามประสาเอ๋อๆ นั่นแหละ ส่วนเรื่องอาหารก็ให้กินอาหารอ่อนๆ หรือพวกอาหารไดเอท ซึ่งนั่นคงไม่ใช่หนูแน่นอน เพราะอดอยากมานานยังไงวันนี้ต้องต้มเฝอกินให้ได้ ไม่งั้นคงเสี้ยนตายคาบ้าน หลังจากหมอออกไปผู้ช่วยก็บอกว่าฟันเรายังมีปัญหาบางซี่แต่ไม่เยอะ คือมันผุนิดหน่อย และต้องมาคลีนเผื่อความสะอาดของช่องปาก  เขาถามว่าจะนัดเลยไหมเราก็บอกไปว่าให้หายจากตรงนี้ก่อนแล้วกัน  เดี๋ยวจะให้สามีโทรมานัดอีกที ตอนนี้ยังไม่พร้อม เขาก็บอกได้ไม่มีปัญหาและบอกว่ากลับบ้านได้แล้ว ไม่ชาร์ทค่าตรวจสำหรับวันนี้  เราก็เลยเดินออกไปหาคุณสามีที่นั่งรออยู่ข้างนอก
      พอเสร็จจากตรงนี้ก็เห็นว่าแดดกำลังดี  แม้จะหนาวมากกกกกกก เลยบอกคุณสามีว่าพาลูกๆ ไปเที่ยวดีไหม จริงๆ แล้วแม่มันแรดอยากเที่ยวเองนะแต่อ้างลูก  คุณสามีก็เลยพาออกไปขับรถเล่นริมทะเล ขอบอกว่าหนาวสุดๆ เพราะไม่ได้เตรียมถุงมือกันมา แค่จับกล้องได้สองนาทีก็ต้องรีบเอามือซุกกระเป๋าแล้ว
ตากล้องกระจำตัว ประจำใจ อิอิ
ตัวนี้ลูกสาวสุดสวย กลมเหมือนแม่
นี่ลูกชายสุดหล่อประจำบ้าน
ขากลับบ้าน มูสมาเดินหาอาหารในเมือง













มากินเฝอมั่วๆ กันนะ

     ก๋วยเตี๋ยวก็เคยต้มมามั้งแล้ว ผิดๆ ถูกๆ ก็ทำไปตามประสา คราวนี้ลองมาทำเฝอกินเองที่จริงอยากไปนั่งกินสบายๆ ที่ร้านแต่คุณสามีไม่อยากไปกินเฝอเท่าไหร่นักเราก็ทำกินเองก็ได้ กินให้มันเบื่อไปเลย
    ทำเฝอก็ต้องมีเครื่องเฝอ  เขาว่าเอาเครื่องเทศซองนี้ไปคั่วให้หอมแล้วใส่เวลาต้มน้ำซุปจะได้กลิ่นเหมือนจริง ซื้อติดบ้านมานานนมเลยได้โอกาสใช้ก็วันนี้แหละ พอคั่วเสร็จมันจะมีถุงให้ใส่สำหรับโยนใส่หม้อน้ำซุปเลย สะดวก สบาย

     ส่วนผสมน้ำซุปก็แล้วแต่บ้านใครชอบรสไหน แบบไหนก็ทำกันตามใจ ใครจะเพิ่มอะไรเข้าไปอีกก็ตามสบาย แต่ที่บ้านมีแต่ไอ้ซองนี้ กับกระดูกหมูที่ซื้อมาจากร้านคราวก่อนก็เอามาใช้ทำน้ำซุปได้อร่อย ปกติเฝอจะนิยมใช้เนื้อวัวแต่หนูไม่ค่อยกินเนื้อวัวสักเท่าไหร่ คือกินได้แต่ไม่เคยซื้อติดบ้าน ถ้ากินข้างนอกจะไม่มีปัญหาฟังดูเหมือนจะแปลกๆ ไหมคะ
     พอต้มได้ที่แล้วก็ได้เวลากิน  อุปกรณ์ก็บอกแล้วว่าใช้ของที่มีในบ้านดังนั้นในบ้านมีแค่เส้นหมี่ขาวค้างปี กับผักโขมซื้อมาเกือบสองอาทิตย์แล้วยังไม่ได้ทำไรเลยได้โอกาสเอามาใช้งาน
     จริงๆ น่าจะเรียกก๋วยเตี๋ยวมากกว่าเพราะอุปกรณ์ดูแล้วมันพิลึกไปสักนิด แต่ทำไงได้ของมันมีแค่นี้จริงๆ จะให้ไปลงทุนซื้อถั่วงอก โหระพา เส้นเล็ก ผักชี มันก็สิ้นเปลืองดังนั้นใช้ของเท่าที่มีแหละ ถือว่ากินได้เหมือนกัน เอาแค่น้ำซุปรสชาติเหมือนก็พอแล้ว (อันนี้อย่าทำตามนะคะ เพราะบางคนกินแบบมั่วๆ แบบนี้ไม่ได้พาลจะต้องทิ้ง)
    แล้วมาถึงขั้นตอนสุดท้าย เตรียมตัวกินกันได้เลย

     งานนี้อิ่มจนจุก เรียกว่ากินจนหายอยากไปเลย